|
เพลง
ผีเสื้อ .. ชรัส
เฟื่องอารมณ์
"...ผีเสื้อ
ตัวน้อย...น้อย...
บิน...ล่องลอย...กลางพนาไพร
โผผิน...ร่อนบิน...ระเริงไป
คลุกเคล้า...ดอกไม้ใจชื่นบาน...
...แสงแดด...ยามสาย...สาย...
งาม...พร่างพรายต้องสายธาร
ฉาบทอง...เมื่อมองแสนตระการ
ผีเสื้อ...สุขสราญนะเจ้าเอย...
...ท้องฟ้า...สีอำพัน
ผีเสื้อ...สุขสันต์...มากเหลือ
เจ้าไม่คิด...ไม่ต้องหวัง
ดอกไม้ยัง...กูลเกื้อ
แสงแดด...จุนเจือ...ชีวี...
...อยากจะเป็น...ผีเสื้อ...ตัวน้อย...
บิน...ล่องลอย...เสรี
สีสัน...ดุจอัญมณี
สุขใด...หรือจะมี...เช่นผีเสื้อ..."
|

























|
เช้าวันที่มีอากาศแจ่มใสในทุ่งดอกไม้แห่งหนึ่ง
มีผีเสื้อตัวเล็กๆ
ตัวหนึ่งกำลังบินเสาะแสวงหาน้ำหวานเพื่อการดำรงชีวิต
ขณะที่มันโผบินไปเกาะดอกโน้นที
ดอกนี้ที
เพื่อดูดดื่มน้ำหวานจากเกสรดอกไม้อยู่โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังจะมีภัย
ด้วยมีนกกางเขนตัวหนึ่งแฝงเร้นตัวอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ๆ
กำลังจ้องมองหาแมลงเป็นอาหารเช้านี้อยู่เช่นกัน
ขณะเดียวกันนั้นก็มีเสียงเล็กๆ
แว่วผ่านสายลมมาเบาๆ ว่า
" ผีเสื้อน้อยๆ ..หลบมาทางนี้ เร็วเข้า!"
เสียงนั้นมาจากพุ่มดอกไม้เตี้ยๆที่ถัดออกไป
ด้วยความเร่งร้อนของน้ำเสียง ทำให้ผีเสื้อน้อยต้องบินหลบวูบลงไปตามเสียงนั้นด้วยสัญชาติญาณ
และตรงนั้นเองผีเสื้อน้อยก็ได้พบเจ้าของเสียง
เธอเป็นดอกไม้ป่าเล็กๆ
สีสวยงามดอกหนึ่ง
ผีเสื้อน้อยจึงเอ่ยขึ้นว่า
" ทำไม่ถึงต้องหลบหรือ?
คุณดอกไม้แสนสวย"
" ฉันเห็นนกกางเขนตรงพุ่มไม้ใหญ่ กำลังจ้องมองเธอเขม็งทีเดียว
แถมเตรียมขยับปีก
ฉันกลัวว่าเธอจะได้รับอันตราย
จึงรีบเตือน" ดอกไม้ตอบ
" ขอบคุณมากจ้ะ เธอช่างใจดีมีน้ำใจจริงๆ
สมกับตัวเธอซึ่งสวยงาม กลิ่นหอม
แถมมีเกสรน้ำหวาน
ที่ดูดดื่มแล้วแสนจะชื่นใจ "
ผีเสื้อตอบ รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณ
" ไม่เป็นไรจ้ะ เราก็เหมือนเพื่อนร่วมโลกเดียวกัน
แม้จะต่างกัน เธอเป็นแมลง
ฉันเป็นพืช
แต่เราก็อาศัยเกื้อกูลซึ่งกันและกันมิใช่หรือ?
ต้องช่วยกันสิจ๊ะ
ถึงจะถูกต้อง
" จริงของเธอ ดอกไม้แสนสวย
สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ล้วนเกิดมาอย่างไม่โดดเดี่ยว
ทุกสิ่งอาศัยซึ่งกันและกัน
เกื้อกูลกัน
อย่างที่ฉันเคยได้ยินมนุษย์ผู้มีปัญญาคุยกันว่า
ทุกสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยวไม่ว่าจะในทางบวกหรือทางลบ"
" มันเป็นอย่างไรหรือที่ว่าทางบวก หรือ ทางลบ
อย่างที่ผีเสื้อน้อยบอก"
ดอกไม้แสนสวยเริ่มสนใจซักถาม
" คืออย่างนี้ ทางบวกก็อย่างเช่น
ธรรมชาติสร้างทุ่งดอกไม้นี้
เพื่อให้มนุษย์และสัตว์ได้ใช้ประโยชน์
มนุษย์ก็ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
ส่วนแมลงอย่างฉันก็อาศัยดูดกินน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ในทุ่งนี้เป็นอาหารประทังชีวิต
แต่ฉันก็ตอบแทนพวกเธอด้วยการช่วยผสมเกสรให้เธอ
เพื่อให้มีต้นไม้ที่ออกดอกสวยงามเพิ่มขึ้นไงล่ะ"
ผีเสื้อน้อยตอบอย่างภูมิใจ
"แล้วในทางลบล่ะจ๊ะ มีอะไรบ้าง"
ดอกไม้แสนสวยยังถามต่อ
"ในทางลบก็คงหมายถึง นอกจากทุ่งดอกไม้นี้ก็เป็นแหล่งอาหารของแมลงอย่างฉันแล้ว
ก็เป็นแหล่งดึงดูดใจสัตว์อื่นด้วย
อย่างนกกางเขนเมื่อตะกี้นี้ไง
ที่มาอาศัยอยู่ในทุ่งดอกไม้ก็เพื่อแสวงหาอาหารเหมือนกัน
อาหารของนกก็คือพวกแมลงอย่างฉันรวมถึงพวกหนอนนั่นแหละ
ฉันเคยได้ยินมนุษย์เรียกกระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ว่าห่วงโซ่อาหาร
มันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
มนุษย์บอกว่าตอนนี้พวกเด็กๆ
รวมถึงรุ่นเยาว์อย่างเธอและฉันคงยังไมเข้าใจ
แต่พอโตขึ้น เรียนรู้มากขึ้น
ก็จะเข้าใจเอง"
ผีเสื้อน้อยถ่ายทอดสิ่งที่ได้ยินจากมนุษย์
"อืมม.. น่าสนใจมากเลย อ้อ..ฉันอยากให้เธอเล่าให้ฟังว่า
มนุษย์พูดถึงพวกฉันว่าอย่างไรบ้าง?"
ดอกไม้แสนสวยรบเร้าต่อ
"มนุษย์บอกว่า พวกต้นไม้รวมถึงดอกไม้อย่างเธอ
สร้างประโยชน์ให้กับพวกเค้าอย่างมากมาย
เป็นทั้งที่อยู่อาศัย อาหาร
เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค
เค้าเรียกว่า ปัจจัยสี่
พวกเธอให้ประโยชน์แก่มนุษย์ครบเครื่องเลย
มนุษย์ยกย่องพวกเธอมากรู้ไม๊?
แม้ว่าโดยธรรมชาติเธอจะมีพิษภัยอยู่บ้าง
แต่ประโยชน์ของเธอมหาศาลกว่า"
"แหม..ชอบคุณผีเสื้อน้อยมากนะ ที่ได้มาเปิดหูเปิดตา
ให้ความรู้แก่ฉัน ซึ่งวันๆ
ได้แต่อยู่ในทุ่งนี้
เคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้
ชักอิจฉาเธอซะแล้วสิ
ที่บินท่องเที่ยวไปทั่ว
เก็บเกี่ยวความรู้ได้มากมาย
โอกาสหน้าเธอแวะมาหาฉันอีกนะ
ฉันอยากรู้เรื่องต่างๆของโลกใบนี้
คงมีเรื่องดีๆ อีกมาก"
ดอกไม้ไม่ลืมที่จะของคุณผีเสื้อน้อย
"ได้เลยจ้ะ แต่ถ้าฉันไม่มาก็จะมีผีเสื้อตัวอื่นแวะเวียนมาเสมอๆ
เพราะเธอเป็นดอกไม้ที่ใจดี
มีเมตตา
ฉันจะบอกเล่าเรื่องนี้แก่เพื่อนพ้องน้องพี่ของฉัน
ให้หมั่นแวะมาเยี่ยมเธอนะจ๊ะ
และสุดท้ายก็ต้องขอบคุณน้ำใจเธออีกครั้งที่เตือนภัยให้
.. ดอกไม้แสนสวย"
"ลาก่อนจ้ะ
ขอให้มีความสุขและโชคดีตลอดไปนะจ๊ะ"
ทั้งผีเสื้อน้อยและดอกไม้แสนสวยต่างเอ่ยคำอำลาต่อกัน
แล้วผีเสื้อน้อยก็จากไปด้วยหัวใจที่เบิกบาน. |