นิทานเป็นความประเทืองปัญญาและอารมณ์ และอยู่คู่กับเด็กทุกชาติทุกภาษามาช้านาน เป็นเรื่องราวที่ก่อประโยชน์ให้กับสังคมโลก
        มากกมาย เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นในการสร้างสรรงาน ด้วยวิธีจินตนาการวาดฝัน เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆในการคิด ทั้งยังสร้างอุปนิสัย และความ
        ละเมียดละไมให้แก่จิตใจและอารมณ์แก่เด็กๆ อีกด้วย.. 

 
 
 

















































 


























     "แม่ครับ! แม่ครับ! ดูโน่นสิครับ รุ้งกินน้ำ" .. เสียงร้องอย่างตื่นเต้น แม่มองตามนิ้วมือของนิ้งหน่องที่ชี้ขึ้นไปบนฟากฟ้า ก็เห็นสายรุ้งพาดโค้งเต็มขอบฟ้า
     จากที่ที่แม่และนิ้งหน่องยืนอยู่ สายรุ้งทอดตัวให้เห็นอย่างชัดเจน แม่พานิ้งหน่องมาเยี่ยมคุณยายที่ต่างจังหวัดในช่วงโรงเรียนปิดเทอม บ้านของคุณยายอยู่ริมคลองที่ยังมีน้ำใส หลังบ้านยังเป็นทุ่งนา แม่เล่าว่าขณะนี้ชาวนาทำนาปรัง ใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว แม่พานิ้งหน่องมาดูทุ่งนา  ช่วงนี้อากาศร้อนจัด แต่จะมีฝนตกบ้างเป็นระยะๆ เนื่องจากมีพายุฤดูร้อนพัดผ่าน
      วันนี้เป็นวันมีฝนตกหนักก่อนใกล้รุ่ง ครั้นพอเช้าฝนเริ่มหยุด พอสายหน่อย พระอาทิตย์ส่องแสงลอดมาได้ ทำให้เกิดการสะท้อนแสง ปรากฏเป็นสายรุ้งสวยงาม
        แม่ครับ.. เพื่อนนิ้งหน่องเคยเล่าว่า คนสมัยก่อนจะห้ามใช้นิ้วชี้เมื่อเห็นรุ้งกินน้ำ เพราะจะทำให้นิ้วกุดด้วน จริงหรือเปล่าครับ?
          "อืมม.. ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เมื่อตะกี้แม่คงร้องเตือนและตีมือลูกแล้วหละ เพราะเกรงนิ้วลูกจะกุด" แม่ตอบ แล้วพูดต่อ "แม่ว่านะ เหตุผลที่คนรุ่นก่อนหรือที่เรียกว่าคนโบราณห้ามไว้ คงมีหลายสาเหตุด้วยกัน ส่วนใหญ่แล้วมักห่วงลูกหลานจะได้รับอันตรายจากสิ่งนั้นๆ มากกว่า อย่างเช่นห้ามชี้รุ้งกินน้ำ อาจเกรงว่าเด็กจะเพลิดเพลินในการแหงนดูรุ้ง จนอาจตกน้ำตกท่า หรือหกล้ม ทำให้เจ็บตัวได้นั่นเอง"
           "แล้วมีเหตุผลอื่นอีกไม๊ครับแม่" นิ้งหน่องสนใจซักถาม
           "เหตุผลอื่นอาจมีอีก เช่นว่า รุ้งกินน้ำมักเกิดหลังเวลาฝนตกแล้ว ช่วงดังกล่าวอาจมีมีเมฆที่ก่อตัวเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง เด็กๆ อาจสวมของมีค่าที่เป็นวัสดุตัวนำไฟฟ้า เช่น เงินทอง นาค ทองแดง คุณครูที่โรงเรียนนิ้งหน่องคงสอนแล้วว่า ช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง ไม่ควรสวมใส่หรือมีวัสดุที่เป็นสื่อไฟฟ้า เพราะมันมีอันตรายสูง แต่บอกไปเด็กอาจไม่เข้าใจ หรือมีความซุกซนเกินกว่าจะนึกถึงอันตราย เหตุนี้ผู้ใหญ่จึงหาทางป้องกันโดยใช้วิธีสร้างเรื่องให้รู้สึกกลัว เมื่อเด็กโตขึ้น เรียนรู้ธรรมชาติ ก็จะเริ่มเข้าใจเอง" แม่อธิบายยืดยาว
           "ครับแม่ คุณครูเคยสอนไว้ และคุณครูก็สอนเรื่องทำไมถึงเกิดรุ้งด้วยครับ" นิ้งหน่องเล่า คุณครูบอกเหมือนที่คุณแม่บอก "รุ้งกินน้ำเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลังฝนตกใหม่ๆ ในเวลานั้นในชั้นบรรยากาศอาจจะมีประจุไฟฟ้าหลงเหลืออยู่ หากออกไปยืนกลางแจ้งเพื่อดูรุ้งกินน้ำหรือยื่นมือไปชี้รุ้งกินน้ำ โดยในมือมีเครื่องประดับที่เป็นโละหะ เช่น กำไล แหวน ที่เป็นทองหรือเงิน ซึ่งเป็นสื่อนำไฟฟ้า ก็อาจจะเกิดภัยฟ้าผ่าได้"
         "แต่คนโบราณก็มักมีนิทานเกี่ยวกับรุ้งกินน้ำให้เด็กๆ ฟัง เป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ก็ฟังสนุกเพลิดเพลิน นิ้งหน่องอยากฟังไม๊ล่ะลูก" แม่กับลูกคุยกันอย่างออกรส
         "อยากฟังครับแม่ แม่เล่านะครับ" แม่ยิ้ม แล้วเริ่มต้นเล่า
         "มีคนเลยเล่าว่า...แต่เดิมรุ้งนั้นมีสีเดียว คือสีโปร่งใส ยามหิวก็ทอดตัวลงมาแอบกินน้ำจากทุ่งนา จนวันหนึ่งเมื่อฝนตกจึงทำให้ปรากฏเห็นเป็นเส้นสีขาว ทุกคนจึงเห็นหมด รุ้งอายมากที่คนอื่นรู้ว่าตนอยู่ตรงนี้ จึงร้องไห้ จนกระทั่งดวงตะวันสงสาร จึงเนรมิตให้เกิดสีแดง เขียว ฟ้า น้ำเงิน และสีอื่นๆ รวม 7 สีเข้าไปยังรุ้งจนเกิดสีสันสวยงาม โค้งเป็นวงกลม สร้างความตื่นใจแก่ต้นไม้ใบหญ้าและสัตว์ต่างๆ ตั้งแต่นั้นมา รุ้งก็ไม่ปรากฏตัวบ่อยนัก หรือแอบมาโดยไม่บอกใคร หากมีฝนตกครั้งใด ก็จะมีพระอาทิตย์คอยติดตามสาดแสงอยู่ร่ำไป หากดวงอาทิตย์ไม่มาเราก็จะไม่เห็นแสงสีรุ้งนั้น"
          "โอ้โห... รุ้งขี้อายด้วย" นิ้งหน่องหัวเราะชอบใจ
          "สนุกดีใช่ไม๊ล่ะ.. แล้วลูกรู้หรือเปล่าล่ะว่า 7 สีของรุ้งนั้น มีสีอะไรบ้าง" แม่เริ่มทดสอบความรู้ของนิ้งหน่อง
           "รู้สิครับ นิ้งหน่องท่องขึ้นใจเลยครับ มีสีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง" นิ้งหน่องตอบอย่างภูมิใจ
            "แล้วสีแสดนี่มันสีอะไรล่ะลูก บอกอย่างนี้บางคนอาจไม่รู้จัก" แม่ก็ช่างซัก
            "สีแสด ก็คือ สีออกส้มๆไงครับแม่" นิ้งหน่องอธิบาย
            "เอาหละ ดูสิ รุ้งกินน้ำเริ่มจางลงเรื่อยๆแล้ว สักครู่คงหายไปหมด .. เราเดินไปดูทุ่งนาตรงโน้นกันดีกว่าลูก" พูดแล้วแม่กับลูกก็จูงมือกัน เดินไปตามคันนา เพื่อไปดูข้าวออกรวง เชื่อว่าคงมีเรื่องถามเรื่องเล่ากันระหว่างแม่ลูกอีกไม่รู้จบ.

     
 

  กลับหน้าหลัก

 

@ 2007 Suwattana Kindergaten . All rights reserved.
This site is best viewed with Microsoft Internet Explorer 6.0+ at a minimum screen resolution of 1024 x 768,
A minimum modem connection speed of 56Kbps. Designed by PERFECT CIRCLE LTD,PART.